ข้อมูลส่วนตัว

pleng.utako

Author:pleng.utako
ครั้งหนึ่งท่านเคยบอกว่าข้าเย็นชาเหมือนจันทรายามอรุณ
ข้าคร่ำครวญปวดร้าวทรมาณจนวิญญาณออกจากร่างควะคว้างกลางเวหา

Trackbacks ล่าสุด

แปล think note Myojo 2013.11 vol.8 คู่แข่ง ครั้งหนึ่งผมไม่อยากแพ้ยูโตะ แต่ในตอนนี้ผมไม่อยากแพ้สมาชิกทุกคนในJump

ครั้งหนึ่งผมไม่อยากแพ้ยูโตะ แต่ในตอนนี้ผมไม่อยากแพ้สมาชิกทุกคนในJump
เพราะยอมรับในความสามารถที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้าม ทำให้ผมไม่อยากจะแพ้เขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คู่แข่งที่ดีคนนั้นก็กลายเป็นสมาชิกวงเดียวกันไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร จากนั้นผมเริ่มวิ่งออกไป และเชื่อว่าวงของพวกเราต้องเป็นวงที่แข็งแกร่งที่สุด

tk2013111.jpg

สมัยเด็กผมไม่ใช่คนที่มีนิสัยเกลียดความพ่ายแพ้เหมือนกับที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทำให้ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคู่แข่งของผมน่ะคือใคร แต่พอผมเข้าบริษัทตอนอายุ 11 ปี ผมมองพวกเด็กจูเนียร์ทุกคนที่อยู่ด้วยกันในห้องซ้อมแล้วบังเกิดแรงกระตุ้นในทันทีว่า ผมไม่อยากจะแพ้พวกเขา ทั้งที่ๆผมก็เป็นคนที่เต้นอยู่ด้านหลังสุดแท้ๆล่ะนะ แต่ผมก็มั่นใจว่าความตั้งใจของผมไม่แพ้ใครในห้องนั้นแน่ ผมลอบมองภาพทุกคนที่ไปเที่ยวหลังจากซ้อมเสร็จ แล้วตัวเองก็รีบตรงกลับบ้านเพื่อฝึกซ้อมเองซ้ำไปมา ในห้องของผมจะมีกระจกบานใหญ่ที่สามารถเห็นทั้งตัวและตรวจสอบลักษณะการเต้นได้ เพราะถึงแม้ห้องซ้อมที่บริษัทเองจะมีกระจกแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอมีคนมาเต้นตรงหน้าผมหลายสิบคน ผมก็ไม่เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเลย ดังนั้นผมถึงต้องมีกระจกไว้เองที่ห้องส่วนตัว พอเวลาผ่านไปหนึ่งปีผมก็ได้รับเลือกให้ไปเต้นในคอนเสิร์ตของทักกี้และซึบาสะ แทนยูโตะ(นากาจิมะ)ที่ถ่ายละครจนยุ่ง ขณะเดียวกัน ช่วงเวลาที่เหลือเพียงแค่สองวันก่อนแสดงจริงผมต้องจำท่าเต้นของเพลงทั้งหมด 24 เพลงให้ได้ แค่ช่วงเวลาซ้อมก็ไม่พออยู่แล้ว ผมจำได้ว่า ผมชวนเด็กจูเนียร์ที่รู้ท่าเต้นทั้งหมดมาที่บ้านและซ้อมกันจนดึก ในตอนที่การแสดงจบลง ผมก็คิดว่า “ฉันไม่อยากจะแพ้พวกเด็กจอนนี่ที่ได้เห็นจากทางด้านหลังเลย”

คนที่ผมเห็นว่าเป็นคู่แข่งอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกก็คือ ยูโตะ อาจจะเกี่ยวกับตั้งแต่ที่ผมเต้นแทนเขาในคอนเสิร์ตทักกี้ซึบาสะก็เลยมีโอกาสได้เต้นคู่กับยูโตะเพิ่มมากขึ้นก็เป็นไปได้ ยูโตะในตอนนั้นเองนอกจากถ่ายทำรายการกับเต้นแล้วก็ยังมีถ่ายทำละครและงานแสดงอีกมาก ดูเหมือนเขาจะงานยุ่งเสมอเลย ผมเองก็คิดว่าถ้าตัวเองพยายามแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะอาจจะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงเหมือนกับยูโตะได้เหมือนกัน แต่ว่าถ้าให้เลือกเด็กจูเนียร์เพียงคนเดียวมาเป็นเซ็นเตอร์หลัก แน่นอนว่าคนที่ได้รับเลือกก็จะต้องเป็นยูโตะ ส่วนผมก็เป็นคนที่ต้องอยู่ด้านหลัง สิ่งที่ตัวผมไม่มีแต่ยูโตะมีมันคืออะไรกันนะ? จนถึงตอนนี้ ผมวิ่งไล่ตามแผ่นหลังของใครต่อหลายคนมากเท่าไรแต่คงจะไม่สามารถไปยืนเบื้องหน้าแผ่นหลังนั้นก็เป็นได้ ผมมองภาพด้านหลังของยูโตะไปพลางคิดด้วยความเจ็บปวดแบบนั้นไปพลางทุกๆวัน

ดังนั้นพอเดบิวต์เป็นHey Say Jump แล้ว ตอนที่ถ่ายทำมิวสิควีดิโอ Dreams come true แล้วพวกสต๊าฟบอกให้ “ยามะดะกับทะคะคิ(ยูยะ) ออกมายืนตรงกลางหน่อย” ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกับฟ้าผ่าลงมาที่รอบๆตัวเลย แต่ผมคิดว่า “คงแค่ครั้งนี้แหละมั้ง” แต่พอถึงซิงเกิ้ลถัดไปตำแหน่งเซ็นเตอร์ก็กลายเป็นผมคนเดียว ที่ตรงนั้นเป็นสถานที่ที่ผมวาดฝันเอาไว้ว่าตั้งแต่สมัยเป็นจูเนียร์ว่า “อยากจะมายืนตรงนี้ในสักวัน” ในที่สุดฝันของผมก็เป็นจริง ผมดีใจว่าผมน่ะได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างแล้วสินะ แต่ว่ากับยูโตะนั้นผมรู้สึกเหมือนกับตัวเองเข้ามาเปลี่ยนสลับตำแหน่งของผมกับของเขา ทำให้ไม่รู้ว่าจะเข้าไปคุยกับยูโตะยังไงดี ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากที่สุดในตอนนั้นเลย

จากวันนั้นก็ผ่านมาห้าปีแล้ว ผมเองก็โตเป็นผู้ใหญ่ ผมก็ได้ให้เวลาเพียงพอแล้วในการปรับความรู้สึกที่มีต่อยูโตะ ตอนนี้เองเราสองคนที่ต่างสะสมประสบการณ์ไปด้วยกันมากมาย สิ่งที่ยูโตะทำได้และสิ่งที่ผมทำไม่ได้ยังมีอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะนำเอาการตีกลองหรือการเต้นแท็บมาใช้กับงาน หรือการทำงานเป็นนายแบบนิตยสาร ถ่ายรูป หรือทดลองขี่ม้า ยูโตะที่แสดงให้ผมเห็นอะไรหลายอย่างนั้นช่างน่าทึ่งมากจริงๆ ตัวผมที่มาถึงจุดนี้ได้คงเพราะมีคู่แข่งที่วิเศษแบบนี้อยู่ไม่ผิดแน่ เพราะว่าผมยอมรับว่ายูโตะเป็นคู่แข่งทำให้ผมอยากจะต่อสู้กับเขาไปพร้อมกับพัฒนาตัวเองไปด้วยกันแบบนี้เรื่อยๆ

แต่ไม่ใช่เฉพาะยูโตะ สมาชิกคนอื่นในวงก็เป็นคู่แข่งของผมเหมือนกัน แต่ละคนที่มีความพิเศษของตนเองที่แตกต่างกันออกไปช่วยทำให้ผมที่เกลียดความพ่ายแพ้ลุกขึ้น ผมอยากจะเป็นแรงผลักดันซึ่งกันและกันตลอดไปสร้างHey Say Jumpไปพร้อมกัน

1.jpg


ถึง JUMP
ขอให้เป็นวงที่สามารถสร้างความฝัน ความสุขและรอยยิ้ม และเป็นวงที่มีแรงผลักดันและตั้งอกตั้งใจทำงานในทุกๆวันกันเถอะ ตั้งเป้าหมายไว้คือการเป็น monster group !

เรียวสุเกะ

***หมายเหตุ ต้องที่ตัวอักษรสีชมพูเข้มคือเป็นส่วนที่ไม่แน่ใจนะคะ แกะตัวอักษรไม่ออกจริงๆ ไว้เจอที่ชัดกว่านี้จะมาแก้ให้อีกทีนะ
***ใครอ่านแล้วเอ๊ะตรงนี้มันผิดนี่นา มันไม่ใช่นะ คอมเม้นต์บอกเราได้นะคะไม่ต้องเกรงใจ เราอยากให้ทุกคนช่วยแก้ค่ะ ;] จะได้พัฒนางานของตัวเองได้

***แปลด้วยความรวดเร็วมาก ผิดพลาดเราต้องขออภัยและน้อมรับในคำติจ้า
***อ่านแล้วเราเขินอ่ะ ใครเป็นเหมือนกันไหม แต่ชื่นชมเด็กตัวนิ่มคนนี้จริงๆ

ขอบคุณรูปจาก credit: twitter @ymfm_sk Via: webio

tk201311.jpg

COMMENT

No title

ขอบคุณที่แปลให้อ่านกันเต็มๆนะคะ อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย มันประทับใจจริงๆค่ะ ทั้งประทับใจในความพยายามของเด็กคนนี้ แล้วก็ประทับใจในความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองคนด้วย *ยิ้ม*

No title

ขอบคุณน้องเพลงที่แปลให้อ่านมากๆ เลยจ้าาาา
อ่านแล้วซึ้งมากๆ รู้เลยว่าเด็กคนนี้เป็นคนยังไง มีความคิดแบบไหน
และรู้เลยว่าน้องๆ สนิทและจริงใจกันแค่ไหน

การจะยอมรับจุดอ่อนและชื่นชมอีกฝ่ายในสถาการณ์ที่กดดันจากคำว่าศัตรูมันยากมากเลยนะ และยามะจังก็แข็งแกร่งพอที่จะทำได้ น้องคิดดี มองโลกแง่บวกมากๆ

นี้พี่แอบปิดโหมดสาววายตัวเองไปเลยนะ 555 อ่านแล้วยังรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากๆ ดีจังที่น้องได้เจอกัน ได้เป็นเพื่อนกัน ดูแลกัน ให้กำลังใจกันตลอดเวลา

จริงๆ อยากรู้ว่าถ้าพูดถึงเรื่องนี้ยูโตะจะพูดออกมาแบบไหน 555
ยังไงก็ขอบใจน้องเพลงที่แปลอีกรอบเน้อv-352

No title

ขอบคุณที่แปลลงนะค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ
อัญชอบคอลัม think note ของยามะจังมากๆ อ่านไปร้องไห้ไป ซึ้งมาก
ทำให้รู้สึกว่า ตัวเองเริ่มเข้าใกล้ความคิด ความรู้สึกของยามะจังทีละนิดๆแล้วนะ ล่ะค่ะ

ยูโตะและยามะจังเป็นคู่หูที่ดีที่สุดเลย^^
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 'เพราะมียูโตะถึงมีเรียวสุเกะในวันนี้ และเพราะมีเรียวสุเกะถึงมียูโตะในวันนี้'
ขอบคุณจริงที่อยู่ด้วยกันมาตลอด
ถึงจะมีช่วงที่ห่างกันไปบ้าง แต่จากนี้อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะ
ทุกคที่นคอยสนับสนุน คอยผลักดันซึ่งกันและกัน
จัมพ์น่ะ เป็นวงที่วิเศษมากๆ
นั้นแหละคือสิ่งที่ทำให้จัมพ์แข่งแกร่ง

อยากขอบคุณอีกครั้งค่ะที่แปลมาให้อ่าน
ทรานซ์นี้ทำให้อัญสามารถตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตได้แล้ว
ขอบคุณมากนะค่ะ(_ _)

No title

ขอบคุณมากๆ เลยนะจ๊ะ ที่แปลให้ได้รับทราบข้อมูลด้วยคนจ้า

ความคิดเห็นนี้รอการอนุญาต

ความคิดเห็นนี้รอคำอนุญาตจากผู้เขียนเว็บนี้

EDIT COMMENT

ข้อความส่วนตัว

ค้นหา
แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน