ข้อมูลส่วนตัว

pleng.utako

Author:pleng.utako
ครั้งหนึ่งท่านเคยบอกว่าข้าเย็นชาเหมือนจันทรายามอรุณ
ข้าคร่ำครวญปวดร้าวทรมาณจนวิญญาณออกจากร่างควะคว้างกลางเวหา

Trackbacks ล่าสุด

วัฒนธรรมความเป็นอยู่ในสมัยไทโชถึงโชวะ(ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2): สภาพสังคม


Kurofuneya.jpg




วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในสมัยไทโชถึงสมัยโชวะก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

สมัยไทโช อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูเท่าไรนักถ้าหากเทียบกับสมัยเมจิซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นได้ทำการเปิดประเทศหลังจากที่ปิดประเทศในสมัยเอโดะมาเป็นเวลากว่า 200 ปี เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ ญี่ปุ่นก็ได้ดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งและทันสมัยเทียบเท่าตะวันตก (สมัยเมจิตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย)
ชื่อยุคสมัยของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะตั้งตามพระนามของจักรพรรดิ ดังนั้นช่วงรัชสมัยที่จักรพรรดิเมจิขึ้นครองราชย์ จึงได้เรียกว่า สมัยเมจิ ส่วนสมัยไทโช นั้นเป็นรัชสมัยของจักรพรรดิไทโชที่เป็นพระโอรสของจักรพรรดิเมจิ ช่วงยุคสมัยไทโซถึงสมัยโชวะนี้ เป็นสมัยที่ญี่ปุ่นวุ่นวายทั้งจากภายในและนอกประเทศ จากภายในคือปัญหาสังคมและเศรษฐกิจอันเกิดจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว บวกกับการแบกรับภาระทางด้านการคลังในเรื่องการทุ่มงบประมาณทางด้านทหาร หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ประชาธิปไตยในประเทศญี่ปุ่นเริ่มเบ่งบานภายใต้กระแสลัทธิชาตินิยม เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจได้

ต่อมาเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำลงในปี 1920 สินค้าญี่ปุ่นถูกกีดกันจากตลาดโลกเนื่องจากทุกประเทศใช้นโยบายกีดกันสินค้าต่างชาติ เปิดทางให้กับรัฐบาลทหารและกลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรงเข้ามาบริหารประเทศ

เหตุการณ์สำคัญในสมัยไทโช-สมัยโชวะ(ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2)

•ค.ศ.1914 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1
•ค.ศ.1923 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่แถบคันโต ผู้คนล้มตายและหายสาบสูญรวมทั้งสิ้น 140,000 คน
•ค.ศ. 1925 ออกกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อปราบคอมมิวนิสต์และพวกที่ต้องการล้มรัฐบาล ก่อนประกาศพระราชบัญญัติหาเสียงเลือกตั้ง
•ค.ศ. 1931 เหตุการณ์แมนจูเรีย
•ค.ศ. 1937 สงครามจีน-ญี่ปุ่น

สมัยไทโซกล่าวเป็นยุคแห่งการสร้างวัฒนธรรมเมืองใหญ่「都市の文化」 สังคมญี่ปุ่นได้ไต่ระดับจากสังคมเกษตรกรรมเข้าสู่สังคมอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว เกษตรกรทั้งหลายอพยพเข้าสู่เมืองใหญ่ เพื่อเข้ามาเป็นแรงงานในโรงงาน เกิดปัญหาประชากรล้นเมือง ตามมาด้วยปัญหาทางที่อยู่อาศัย และปัญหาสังคมอีกหลายประการ
ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต

ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวญี่ปุ่นนั้นอาจกล่าวได้ว่าเกิดจาก 2 ปัจจัยดังนี้

1. การพัฒนาประเทศให้ทันสมัยทัดเทียมตะวันตกตั้งแต่ยุคเมจิ
เพื่อแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นกระตือรือร้นและพร้อมที่จะนำประเทศเข้าสู่โลกใหม่การปรับปรุงโครงสร้างทั้งทางสังคมและทางการเมืองจนได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างแท้จริง วัฒนธรรมนั้นเกิดการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเก่าของญี่ปุ่นและวัฒนธรรมใหม่ของชาติตะวันตกให้หลอมรวมเข้าด้วยกัน (ปราณี จงสุจริตธรรม หน้า 39) ในการนี้เพื่อพัฒนาให้เท่าเทียมประเทศตะวันตก รัฐบาลได้กำหนดนโยบายหลักไว้ 3 ประการ คือ ร่ำรวยเข้มแข็ง สร้างเสริมอุตสาหกรรม นโยบายนี้ได้รับการดำเนินการและปฏิบัติอย่างตอนเนื่อง เช่น การบัญญัติรัฐธรรมนูญ การแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และผลจากการที่ญี่ปุ่นมีชัยชนะเหนือจีนในสงครามจีน-ญี่ปุ่น และรัสเชียในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นทำให้ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่บทบาทของประเทศมหาอำนาจหนึ่งของโลกตะวันออกทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมภายในประเทศ ระบบทุนนิยมก็เริ่มเติบโตขึ้นจนเป็นที่จับตาในเวทีโลก การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตราการเพิ่มรายได้ประชาชาติร้อยละ 6.8 ต่อปีในช่วง ค.ศ. 1916-1920 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างมาก

2. เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่แถบคันโต
ในค.ศ. 1923 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแถบคันโต บริเวณที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือ เมืองโยโกฮามะ และโตเกียว เป็นวันเสาร์ อากาศแจ่มใสจนไม่มีใครคิดว่าจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้น ผู้คนกำลังเตรียมอาหาร ใช้ฟืนไฟและเตาแก๊ส เมื่อถึงเวลา 11.58 น. เกิดเสียงดังลั่น บ้านเรือนยุบฮวบ ก้อนอิฐก้อนหินปลิวว่อน และเกิดไฟไหม้ซึ่งได้เผาผลาญเมืองโยโกฮามะวอดไปถึง 90% บ้านเรือนพังราบเรียบไปหมด ยิ่งไปกว่านั้นแผ่นดินไหวยังสะเทือนติดต่อกันนานเป็นเวลาสี่ถึงห้าวัน ทำให้ผู้คนไม่มีที่อยู่อาศัยและไม่กล้าเข้าบ้าน ต้องจับกลุ่มกันอยู่ข้างนอกตามถนนและที่โล่งๆ ความเสียหายนั้นเกินที่ประเมินได้ ผู้คนล้มตายและหายสาบสูญรวมทั้งสิ้น 140,000 คน ทำให้รัฐบาลได้มีการปรับปรุงโครงสร้างตึกอาคารขึ้นมาใหม่ และปรับปรุงผังเมืองขึ้นมาใหม่

ที่อยู่อาศัย

ภายหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแถบคันโต มีการสร้างอพาร์ตเมนท์คอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย แต่ละหน่วยในอาคารจะมีเนื้อที่เฉลี่ยราว 38 ตารางเมตร มีห้อง 2-3 ห้อง และมีห้องน้ำห้องครัวพร้อม ที่อยู่อาศัยแบบนี้ถือว่าเป็นที่อยู่อาศัยแบบผู้มีวัฒนธรรมในสมัยนั้นต้นแบบของอพาร์ตเมนท์เหล่านี้อยู่ อาโอยามะ ในโตเกียว ซึ่งยังคงมีให้เห็นในปัจจุบัน
ในสมัยโชวะมีการเรียกอพาร์ตเมนท์แบบราคาแพง เรียกว่า アパート ส่วนแบบราคาถูกเรียกว่า アバート

apato.jpg

อพาร์ตเมนท์ในอาโอยามะของเมืองโตเกียวในปัจจุบัน



ความบันเทิง


มีโรงถ่ายภาพยนตร์ซึ่งมีตั้งแต่ ค.ศ. 1897 และเริ่มมีโรงฉายภาพยนตร์ มีการนำเข้าภาพยนตร์จากต่างประเทศ แต่ยังเป็นภาพยนตร์แบบไม่มีเสียง ต้องมีนักพากษ์อยู่ข้างๆ คอยพากษ์เสียงให้ตรงกับที่พูด ในสมัยไทโซความบันเทิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ละครโอเปร่าที่อาสาคุสะ ซึ่งนักแสดงที่ชื่อ 田谷力三ทายะ ริคิโซ และ 石山英三郎นิชิยามะ เอะซะบุโร ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

jp.jpg

田谷力三 ทายะ ริคิโซ นักแสดงโอเปร่าที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น

ต่อมาในปีไทโชวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1925 มีการเริ่มกิจการวิทยุกระจายเสียง ก่อนหน้านี้มีการนำเข้าเครื่องบันทึกเสียงจากต่างประเทศทำให้มีการผลิตและจำหน่ายแผ่นเสียงให้กับบุคคลทั่วไป ช่วยให้ชาวญี่ปุ่นสมัยไทโซสามารถฟังเพลงจากต่างประเทศได้ ในช่วงแรกๆ ของกิจการกระจายเสียงวิทยุ นั้นมีแต่เพียงเครื่องรับวิทยุแบบแร่ทำให้รับฟังได้ไม่ชัด แต่ต่อมาพอขึ้นสมัยโชวะได้รับการพัฒนาและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยที่ประชาชนสามารถฟังคำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีได้

radio.jpg

เครื่องวิทยุในสมัยไทโช

ในส่วนของกิจกรรมยามว่างนั้น มีการเกิดขึ้นของห้างสรรพสินค้าที่บริเวณนิฮงบาชิชื่อ มิซึโคชิ(三越) ของโตเกียวในปี 1904 (ปีเมจิที่37) ต่อมาก็มีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นหลายแห่ง เช่น ทาคาชิยะ (高島屋) ชิโรคิยะ(白木屋) ซึ่งกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของครอบครัวชาวญี่ปุ่นทั้งหลาย


dp1.jpg

ห้างสรรพสินค้า ทาคาชิยะ (高島屋)

depart.jpg

ห้างสรรพสินค้า มิซึโคชิ(三越)


dp2.jpg

ห้างสรรพสินค้าชิโรคิยะ(白木屋)

ในขณะเดียวกัน ย่านการค้านาคามิเสะ ที่อาซาคุสะ เป็นแหล่งพักผ่อนของชาวเมืองในยุคนั้นเช่นกัน ผู้คนจะพลุกพล่านเป็นพิเศษตอนปีใหม่ เพราะบริเวณใกล้ๆ มีคาร์ซิโนโฟลลี่ ซึ่งเป็นต้นเค้าโครงของโรงภาพยนตร์และการแสดงโชว์ในปัจจุบัน และบริเวณสระน้ำรูปกีตาร์ที่สวนสาธารณะอาซาคุสะจะมีการแสดงแบบละครสัตว์ เช่น การทรงตัวบนลูกบอลไม่ให้ล้ม

asakusa.jpg

สระน้ำรูปกีตาร์ของสวนสาธารณะที่อาซาคุสะ

asakusa1.jpg

ย่านการค้าบริเวณอาซาคุสะในอดีต

++++++++++++++++++
โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนต่อไปจะเป็นอาหารและการแต่งกายแข่ง

***เป็นรายงานที่เคยทำสมัยเรียน



บรรณานุกรม

กักเคน(2549). ญี่ปุ่น 360องศา. กรุงเทพฯ: ภาษาและวัฒนธรรม
เพ็ญศรี กาญจโนมัย(2550). สังคมและวัฒนธรรมญี่ปุ่น. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประเสริฐ จิตติวัฒนพงศ์ (2528). ญี่ปุ่น 100 ปี: ภาพแห่งความทรงจำ เล่ม 2 . นครสวรรค์: รุ่งเรืองสาสน์
半藤一利(2009).『大正モダンから戦後まで』.東京:世界文化社
笠原一男(2000).『学習漫画日本歴史16大正デモクラシーー大正時代』. 東京:集英社



COMMENT

ความคิดเห็นนี้รอการอนุญาต

ความคิดเห็นนี้รอคำอนุญาตจากผู้เขียนเว็บนี้

การยืม

ขออนุญาตยืมเนื้อหาไปใช้ในการอ้างอิงทำเว็บไซต์หน่อยนะคะ ^ ^

ความคิดเห็นนี้รอการอนุญาต

ความคิดเห็นนี้รอคำอนุญาตจากผู้เขียนเว็บนี้

Re: การยืม

> ขออนุญาตยืมเนื้อหาไปใช้ในการอ้างอิงทำเว็บไซต์หน่อยนะคะ ^ ^

ไม่ได้ตอบนานมาก แต่ให้ยืมได้เลยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ

EDIT COMMENT

ข้อความส่วนตัว

ค้นหา
แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน